วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ปัตตานี-คนร้ายกว่า 10 คนบุกเผารถป้ายแดงวอด 15 คัน


ปัตตานี-คนร้ายกว่า 10 คนบุกเผารถป้ายแดงวอด 15 คัน


โจรใต้พร้อมอาวุธปืนสงครามปีนกำแพงบุกโชว์รูมปัตตานีฮอนด้าคาร์ ริมถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่ เผารถป้ายแดงวอด 15 คัน ตำรวจเชื่อหวังสร้างสถานการณ์เพื่อทำลายเศรษฐกิจในพื้นที่
เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.30 น.วันนี้ (22 ส.ค.) คนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน พร้อมอาวุธปืนสงคราม ได้ปีนกำแพงบุกเข้าไปภายใน บริษัทปัตตานีฮอนด้าคาร์ ซึ่งจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่  บ้านโคกม่วง ม.7 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยคนร้ายได้กระจายกำลังเข้าไปล๊อคตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 3 คน ใช้อาวุธปืนจี้บังคับไม่ให้ขัดขืน ก่อนที่คนร้ายอีกชุดจะทุบกระจกรถและใช้น้ำมันเบนซินราดรถยนต์ จำนวน 15 คัน ซึ่งจอดไว้ในโรงรถด้านหลังแล้วจุดไฟเผารถยนต์ป้ายแดงได้รับความเสียหายทั้งหมด หลังปฏิบัติการณ์อุกอาจกลุ่มคนร้ายได้ปีนกำแพงหนีไปทางด้านหลังอย่างลอยนวล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 10 คัน ระดมเข้ามาฉีดน้ำสกัดเพลิงที่ลุกไหม้กว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ 
ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้นำเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้รถยนต์ป้ายแดงได้รับความเสียหายทั้งหมดจนเหลือแต่ซาก เศษเหล็ก มี 1 คันที่เหลือแต่ป้ายแดง ทะเบียน 9759 ยังสมบูรณ์
จากการตรวจสอบพบร่องรอยของคนร้ายหลายแห่ง และมีคราบน้ำมันเบนซิน โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บวัตถุพยานหลักฐานทั้งที่สามารถเก็บได้ และจากดีเอ็นเอ เพื่อตรวจสอบ พร้อมกันนี้ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ริมถนนและของบริษัทที่เกิดเหตุ พบว่ากล้องสามารถจับกุมคนร้ายซึ่งมีประมาณ 10 กว่าคน โดยทุกคนสวมใส่หมวกไหมพรม พร้อมอาวุธปืนสงคราม และปืนสั้น ปีนเข้ามาทางกำแพงก่อนที่จะกระจายกำลังเข้าไปก่อเหตุ

สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 15 คันทั้งหมดเป็นรถใหม่ป้ายแดง โดยเป็นของลูกค้า 1 คัน รถเตรียมส่งมอบให้ลูกค้า 10 คัน และเป็นรถทดลองขับ 4 คัน

ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นชุดแนวร่วมในพื้นที่และบางส่วนต่างพื้นที่ มีการวางแผนมาก่อน ซึ่งจุดที่เกิดเหตุอยู่ริมถนน มีเจ้าหน้าทีลาดตระเวนตลอดเวลา แต่คนร้ายฉวยจังหวะเจ้าหน้าที่ขับผ่านไป และใช้จังหวะกลางดึกบุกเข้าไปด้านในและล๊อคตัว รปภ.ไว้ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังกระจายเข้าไปปิดล้อมตรวจค้นแล้ว เนื่องจากกลุ่มก่อเหตุน่าจะอยู่ในพื้นที่ และให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดว่าคนร้ายเป็นใคร ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ แต่พอมีข้อมูลบ้างแล้ว รอให้มีการตรวจสอบพยานต่าง ๆ ก่อน ส่วนสาเหตุเชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อต้องการทำลายฐานเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้กำชับให้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ 

ขณะที่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่งที่ประสบเหตุ เล่าให้ฟังว่า คืนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย 3 คนโดยจะแบ่งการดูแล 3 ด้าน คือด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง โดยคนร้ายสวมไอ้โม่งบุกเข้ามาใช้อาวุธปืนจี้ทั้ง 3 คน บังคับให้หมอบกับพื้น และยังได้นำโทรศัพท์มือถือของ รปภ.โยนทิ้งไปในป่าเพื่อไม่ให้โทรฯแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งคนร้ายปฏิบัติการณ์อย่างอุกอาจ ทุบกระจกรถแล้วราดน้ำมันจุดไฟเผาก่อนจะวิ่งหลบหนีไป จากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ

ขณะที่เวลา 03.00 น. วันเดียวกัน คนร้ายได้ลอบวางเพลิงเผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เอไอเอส ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่ ม.5 ตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิก เชื่อเป็นการป่วนสร้างสถานการณ์

ส่วนที่อำเภอปะนาเระ เมื่อคืน คนร้ายก่อเหตุป่วนเมืองเผายางรถยนต์บนถนน 2 สาย ในเขตตำบลบ้านกลาง และตำบลน้ำบ่อ รวมทั้งใช้ปืนยิงหม้อแปลงไฟฟ้า 2 แห่ง ในตำบลปะนาเระ และตำบลพ่อมิ้ง ส่งผลทำให้ไฟฟ้าดับทั้ง 2 จุด

ที่วัดบางนรา อำเภเมือง จังหวัดนราธิวาส เช้าวันนี้มีพิธีรดน้ำศพจ่าสิบเอกบังเอิญ พันธ์อยู่ สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4515 ที่ถูกคนร้ายดักซุ่มยิง ขณะเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่พิการ เหตุเกิดที่ถนนข้างโรงเรียนกูจิงลือปะ อำเภอระแงะ โดยมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก พร้อมกันนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับครอบครัวของจ่าสิบเอกบังเอิญ จำนวน 3 ล้านบาท โดยญาติจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ที่จังหวัดลพบุรี ต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น